วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

10. การประเมิน (Evaluation)


10. การประเมิน
10.1 จุดประสงค์ : เพื่อศึกษาการประเมิน
10.2 วางแผนการเรียนรู้ : อ่านข้อมูลจากเว็บไซต์
ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://en.wikipedia.org/wiki/Structure_of_Observed_Learning_Outcome
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%A2
10.3 พัฒนาความรู้ : จากสองเว็บไซต์เว็บแรกไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน เว็บที่สองและสามมีแหล่งอ้างอิงครบถ้วน
10.4 สรุปและวิพากษ์ :  
ได้แก่การประเมินผู้เรียน และการประเมินหลักสูตร
1)            การประเมินผู้เรียนโดยใช้การเรียนรู้ตามทฤษฎีของ Bloom ( Bloom's Taxonomy) และ SOLO Taxonomy ที่ได้ศึกษาไปแล้วในข้อที่ 5 และข้อ 9
Bloom ได้แบ่งการเรียนรู้เป็น 6 ระดับ
ความรู้ที่เกิดจากความจำ (knowledge) ซึ่งเป็นระดับล่างสุด
ความเข้าใจ (Comprehend)
การประยุกต์ (Application)
การวิเคราะห์ ( Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้
การสังเคราะห์ ( Synthesis) สามารถนำส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ได้ให้แตกต่างจากรูปเดิม เน้นโครงสร้างใหม่
การประเมินค่า ( Evaluation) วัดได้ และตัดสินได้ว่าอะไรถูกหรือผิด ประกอบการตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและเกณฑ์ที่แน่ชัด
Solo Taxonomy
1.             Prestructutal – Nothing is known
2.             Unistructural - one relevant aspect known
3.             Multistructual – several relevant independent aspects are known
4.             Relation – aspects of knowledge are integrated into a structure
5.             Extened Abstract – knowledge is generalized to a new domain.

2)            การประเมินหลักสูตรโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ และหลัก dealphi
วิธีเดลฟาย หรือ วิธีเดลฟี (อังกฤษ: Delphi method) เป็นวิธีการคาดการณ์ผลลัพธ์โดยวิธีการออกความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เทคนิคเดลฟายเป็นเทคนิคที่มีขั้นตอนและระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน โดยผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถามจำนวนสองรอบหรือมากกว่านั้น โดยในแต่ละรอบผู้จัดทำจะสรุปคำตอบของรอบนั้นเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับตอบคำถามในรอบถัดไป โดยเชื่อว่าคำตอบในแต่ละรอบจะถูกเกลาให้ "ถูกต้อง" มากยิ่งขึ้น ซึ่งสุดท้าย การสอบถามจะหยุดลงเมื่อได้ข้อสรุปที่มั่นคง และคะแนนค่าเฉลี่ยหรือมัธยฐานจะเป็นตัวกำหนดคำตอบ
     10.5 การประเมินการเรียนรู้ : บรรลุวัตถุประสงค์

9. การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ : SOLO Taxonomy


9. การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ : SOLO Taxonomy
9.1 จุดประสงค์ : เพื่อศึกษาการกำหนดระดับผลการเรียนรู้
9.2 วางแผนการเรียนรู้ : อ่านข้อมูลจากเว็บไซต์
ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://en.wikipedia.org/wiki/Structure_of_Observed_Learning_Outcome
        9.3      พัฒนาความรู้ : มีแหล่งอ้างอิงครบถ้วน
       9.4      สรุปและวิพากษ์ :  
เป็นการประเมินผู้เรียนโดยสังเกตจากกริยาบ่งชี้ 5 ขั้น ดังนี้
Solo Taxonomy
1.             Prestructutal – Nothing is known
2.             Unistructural - one relevant aspect known
3.             Multistructual – several relevant independent aspects are known
4.             Relation – aspects of knowledge are integrated into a structure
5.             Extened Abstract – knowledge is generalized to a new domain.
The Structure of Observed Learning Outcome (SOLO) taxonomy is a model that describes levels of increasing complexity in student's understanding of subjects. It was proposed by John B. Biggs and K. Collis and has since gained popularity.
The model
The model consists of 5 levels of understanding
Pre-structural - The task is not attacked appropriately; the student hasn’t really understood the point and uses too simple a way of going about it.
นักเรียนยังไม่ค่อยเข้าใจ และใช้วิธีที่ง่ายเกินไปในการเข้าถึง
Uni-structural - The student's response only focuses on one relevant aspect.
การตอบสนองของนักเรียนเพียงมุ่งเน้นไปที่ด้านใดด้านหนึ่งที่เกี่ยวข้อง
Multi-structural - The student's response focuses on several relevant aspects but they are treated independently and additively. Assessment of this level is primarily quantitative.
การตอบสนองของนักเรียนมุ่งไปหลายๆ ด้านแต่พวกเขาบรรยายอย่างเป็นกลางและเติมแต่งบางสิ่งเข้าไป ใช้การวัดในระดับนี้เป็นส่วนใหญ่
Relational - The different aspects have become integrated into a coherent whole. This level is what is normally meant by an adequate understanding of some topic.
ด้านต่างๆได้บูรณาการเชื่อมโยงกันทั้งหมด ในระดับนี้หมายถึงความเข้าใจที่เพียงพอในเรื่องนั้น
Extended abstract - The previous integrated whole may be conceptualised at a higher level of abstraction and generalised to a new topic or area.
ก่อนที่จะบูรณาการรวมกันทั้งหมดอาจมีแนวความคิดมาจากนามธรรมระดับสูงและพูดคุยในประเด็นหรือเรื่องใหม่ได้
       9.5  การประเมินการเรียนรู้ : บรรลุวัตถุประสงค์

8. กิจกรรมการเรียนรู้ (Learning Activities)


8. กิจกรรมการเรียนรู้ (Learning Activities)
8.1 จุดประสงค์ : เพื่อศึกษากิจกรรมการเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
8.2 วางแผนการเรียนรู้ : อ่านข้อมูลจากเว็บไซต์
ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.sut.ac.th/tedu/news/Activity.html
8.3      พัฒนาความรู้ : มีนามปากกา และมีแหล่งอ้างอิงครบถ้วน
8.4 สรุปและวิพากษ์ :  ลักษณะการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
  สามารถสรุปลักษณะของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้ดังนี้
1. Active Learning เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนเป็นผู้กระทำ หรือปฏิบัติด้วยตนเอง ด้วยความ กระตือรือร้น เช่น ได้คิด ค้นคว้า ทดลองรายงาน ทำโครงการ สัมภาษณ์ แก้ปัญหา ฯลฯ ได้ใช้ ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างแท้จริง ผู้สอนทำหน้าที่ เตรียมการจัด บรรยากาศการเรียนรู้ จัดสื่อสิ่งเร้าเสริมแรงให้คำปรึกษาและสรุปสาระการเรียนรู้ร่วมกัน
2. Construct เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้ค้นพบสาระสำคัญหรือองค์การความรู้ใหม่ด้วยตนเอง อันเกิด จากการได้ศึกษาค้นคว้าทดลอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ทำให้ ผู้เรียนรักการอ่าน รักการศึกษาค้นคว้าเกิดทักษะในการแสวงหาความรู้ เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ ซึ่งนำไปสู่ การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ (Learning Man) ที่พึงประสงค์
3. Resource เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่หลากหลายทั้งบุคคลและ เครื่องมือทั้งในห้องเรียน และนอกห้องเรียน ผู้เรียนได้สัมผัสและสัมพันธ์ กับสิ่งแวดล้อมทั้งที่ เป็นมนุษย์ (เช่น ชุมชน ครอบครัว องค์กรต่าง ๆ) ธรรมชาติและเทคโนโลยี ตามหลักการที่ว่า "การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกสถานการณ์)"
4. Thinking เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิด ผู้เรียนได้ฝึกวิธีคิดในหลายลักษณะ เช่น คิดคล่อง คิดหลากหลาย คิดละเอียด คิดชัดเจน คิดถูก ทางคิดกว้าง คิดลึกซึ้ง คิดไกล คิดอย่างมีเหตุผล เป็นต้น (ทิศนา แขมมณี และคณะ, 2543 : 55-59) การฝึกให้ผู้เรียนได้คิดอยู่เสมอในลักษณะ ต่าง ๆ จะทำให้ผู้เรียนเป็นคนคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น คิดอย่างรอบคอบมีเหตุผล มีวิจารณญาณ ในการคิด มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่จะเลือกรับและปฏิเสธข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนสามารถแสดงความคิด เห็นออกได้อย่างชัดเจนและมี เหตุผลอันเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
5. Happiness เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้เรียนอย่างมีความสุข เป็นความสุขที่เกิดจาก ประการที่หนึ่ง ผู้เรียนได้เรียนในสิ่งที่ตนสนใจสาระการเรียนรู้ ชวนให้สนใจใฝ่ค้นคว้าศึกษาท้าทาย ให้แสดง ความสามารถและให้ใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ ประการที่สองปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนและระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน มีลักษณะเป็นกัลยาณมิตร มีการช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีกิจกรรมร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้ผู้เรียนรู้สึกมีความสุขและสนุกกับการเรียน
6. Participation เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนกำหนดงาน วางเป้าหมายร่วมกัน และมีโอกาสเลือกทำงานหรือศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่ตรงกับความถนัดความสามารถ ความสนใจ ของตนเอง ทำให้ผู้เรียนเรียนด้วยความกระตือรือร้น มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียนและสามารถ ประยุกต์ความรู้นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง
7. Individualization เป็นกิจกรรมที่ผู้สอนให้ความสำคัญแก่ผู้เรียนในวามเป็นเอกัตบุคคล ผู้สอนยอมรับในความสามารถ ความคิดเห็น ความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพมากกว่าเปรียบเทียบแข่งขันระหว่างกันโดยมีความเชื่อมั่นผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ และมีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน
8. Good Habit เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนไดพัฒนาคุณลักษณะนิสัยที่ดีงาม เช่น ความรับผิดชอบ ความเมตตา กรุณา ความมีน้ำใจ ความขยัน ความมีระเบียบวินัย ความเสียสละ ฯลฯ และ ลักษณะนิสัยในการทำงานอย่างเป็นกระบวนการการทำงานร่วมกับผู้อื่น การยอมรับผู้อื่น และ การเห็นคุณค่าของงาน เป็นต้น
กล่าวโดยสรุป การจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเรียน ได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ ได้ประยุกต์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิต ได้มีความสุขและสนุกกับการเรียนรู้ ตลอดจนมีคุณลักษณะนิสัยดีงามที่สังคมพึงปรารถนา……….
 8.5 ประเมินการเรียนรู้ : บรรลุวัตถุประสงค์

7. ผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes)


7. ผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes)
7.1 จุดประสงค์ : เพื่อศึกษาเนื้อหาของผลการเรียนรู้ (learning Outcomes)
7.2 วางแผนการเรียนรู้ : อ่านข้อมูลจากเว็บไซต์
ข้อมูลจากเว็บไซต์ cit.kmutnb.ac.th/UserFiles/file/km/.../ุปผลการเรียนรู้%2053.doc
7.3      พัฒนาความรู้ : ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน
      7.4  สรุปและวิพากษ์ :  
สรุปผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes)  ของรายวิชาในหมวดวิชาเฉพาะ
1.  ด้านคุณธรรม จริยธรรม
                1.  เข้าใจและซาบซึ้งในวัฒนธรรมไทย   ตระหนักในคุณค่าของระบบคุณธรรม   จริยธรรม  เสียสละ
              และซื่อสัตย์สุจริต
                2.  มีวินัย ตรงต่อเวลา รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม  เคารพกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง  ขององค์กรและสังคม
                3.  มีภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตาม สามารถทำงานเป็นหมู่คณะ สามารถแก้ไขข้อขัดแย้งตามลำดับความสำคัญ  เคารพสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของ          ความเป็นมนุษย์
                4.  สามารถวิเคราะห์และประเมินผลกระทบจากการใช้ความรู้ทางวิศวกรรมต่อบุคคล องค์กร สังคมและสิ่งแวดล้อม
              5.  มีจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพ และมีความรับผิดชอบในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพ  รวมถึงเข้าใจถึงบริบททางสังคมของวิชาชีพวิศวกรรมในสาขาที่เกี่ยวข้อง

2.  ด้านความรู้
                1.  มีความรู้และความเข้าใจทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน  วิทยาศาสตร์พื้นฐาน  วิศวกรรมพื้นฐาน  และเศรษฐศาสตร์    เพื่อการประยุกต์ใช้กับงานทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง   และการสร้าง      นวัตกรรมทางเทคโนโลยี
                2.  มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการที่สำคัญ    ทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ   ในเนื้อหาของสาขาวิชาเฉพาะด้านทางวิศวกรรม
                3.  สามารถบูรณาการความรู้ในสาขาวิชาที่ศึกษากับความรู้ในศาสตร์อื่น ที่เกี่ยวข้อง
                4.  สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่เหมาะสม รวมถึงการประยุกต์ใช้เครื่องมือที่                 เหมาะสม  เช่น  โปรแกรมคอมพิวเตอร์  เป็นต้น
                5.  สามารถใช้ความรู้และทักษะในสาขาวิชาของตน ในการประยุกต์แก้ไขปัญหาในงานจริงได้

3. ด้านทักษะทางปัญญา
                1.  มีความคิดอย่างมีวิจารณญาณที่ดี
                2.  สามารถรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และ สรุปประเด็นปัญหาและความต้องการ
                3.  สามารถคิด   วิเคราะห์    และแก้ไขปัญหาด้านวิศวกรรมได้อย่างมีระบบ รวมถึงการใช้ข้อมูล ประกอบการตัดสินใจในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                4.  มีจินตนาการและความยืดหยุ่นในการปรับใช้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมในการพัฒนา นวัตกรรมหรือต่อยอดองค์ความรู้จากเดิมได้อย่างสร้างสรรค์
                5.  สามารถสืบค้นข้อมูลและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง  เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต  และ 
              ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ

4.  ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคลและความรับผิดชอบ
                1.  สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนที่หลากหลาย และสามารถสนทนาทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้ความรู้ในสาขาวิชาชีพมาสื่อสารต่อสังคมได้ในประเด็นที่       เหมาะสม
                2.  สามารถเป็นผู้ริเริ่มแสดงประเด็นในการแก้ไขสถานการณ์เชิงสร้างสรรค์ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม พร้อมทั้งแสดงจุดยืนอย่างพอเหมาะทั้งของตนเองและของกลุ่ม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือและ
              อำนวยความสะดวกในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่าง
                3.  สามารถวางแผนและรับผิดชอบในการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งของตนเอง และสอดคล้องกับทาง                 วิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
                4.  รู้จักบทบาท  หน้าที่  และมีความรับผิดชอบในการทำงานตามที่มอบหมาย ทั้งงานบุคคลและงานกลุ่ม  สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ            สามารถวางตัวได้อย่างเหมาะสมกับความรับผิดชอบ
                5.  มีจิตสำนึกความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการทำงาน   และการรักษาสภาพแวดล้อมต่อสังคม

5.  ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
                1.  มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ สำหรับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพได้เป็นอย่างดี
                2.  มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศทางคณิตศาสตร์หรือการแสดงสถิติประยุกต์   ต่อการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องได้อย่างสร้างสรรค์
                3.  สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัยได้อย่างเหมาะสม     และมีประสิทธิภาพ
                4.  มีทักษะในการสื่อสารข้อมูลทั้งทางการพูด  การเขียน  และการสื่อความหมายโดยใช้สัญลักษณ์
                5.  สามารถใช้เครื่องมือการคำนวณและเครื่องมือทางวิศวกรรม    เพื่อประกอบวิชาชีพในสาขา
              วิศวกรรมที่เกี่ยวข้องได้
        7.5 การประเมินการเรียนรู้ : บรรลุวัตถุประสงค์